โรงเรียนอนุบาลบ้านต้นไม้หน้าโรงเรียน

โรงเรียนอนุบาลสามภาษาบ้านต้นไม้ มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจของ ผศ.ดร.ประชุมพร สุวรรณตรา อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น และอดีตอาจารย์โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ตัดสินใจลาออกจากราชการในปี พ.ศ. 2525 เพื่อดูแลและเลี้ยงดูลูกสาววัย 3 ขวบ และลูกชายวัย 2 ขวบด้วยตนเอง

ด้วยความเชื่อว่าการศึกษาปฐมวัยเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเด็ก จึงได้เริ่มต้นจัดตั้ง เนอสเซอรี่ขนาดเล็กขึ้นที่บ้านส่วนตัว และตั้งชื่อว่า
“ประนันทนิจ เนอสเซอรี่” ซึ่งเป็นชื่อจริงของบุตรสาว ความหมายของชื่อ “ประนันทนิจ” ประกอบด้วย
  • ประ หมายถึง ความสม่ำเสมอ
  • นันท หมายถึง ความสุข
  • นิจ หมายถึง นิรันดร
เมื่อรวมความหมายจึงหมายถึง
“ความสุขที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มแรกและดำรงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป”
ในวันแรกของการเปิดดำเนินการ มีเด็ก ๆ ซึ่งเป็นบุตรหลานของเพื่อนจำนวน 7 คน มาร่วมเรียนรู้และทำกิจกรรมด้วยกันในบรรยากาศที่อบอุ่นและสนุกสนาน หลังจากนั้นโรงเรียนได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองมากขึ้น มีนักเรียนเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาเป็น โรงเรียนอนุบาลประนันทนิจ

ต่อมา โรงเรียนได้พัฒนาหลักสูตรและแนวทางการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาทักษะด้าน
การสังเกต การคิด การวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์

แนวทางการเรียนการสอนนี้พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยระดับปริญญาเอกเรื่อง
“โปรแกรมการสอนเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในวัยอนุบาล”
ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.ประชุมพร สุวรรณตรา จาก
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย Illinois State University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน โรงเรียนได้พัฒนาและปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในยุคใหม่ จนกลายเป็น
โรงเรียนอนุบาลสามภาษาบ้านต้นไม้ (BAANTONMAI)
ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เพื่อพัฒนาเด็กอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
โรงเรียนอนุบาลบ้านต้นไม้หน้าโรงเรียนเด็ก-3373

โรงเรียนอนุบาลบ้านต้นไม้(58)

โรงเรียนอนุบาลบ้านต้นไม้(15)

พ.ศ. 2525

ก่อตั้งโรงเรียน

เริ่มต้นจัดตั้งเนอสเซอรี่ภายในบ้านส่วนตัว ภายใต้ชื่อ
“ประนันทนิจ เนอสเซอรี่”

พ.ศ. 2553

พัฒนาโรงเรียน

พัฒนาเป็น โรงเรียนอนุบาลสองภาษาบ้านต้นไม้

พ.ศ. 2557

ปรับหลักสูตรการศึกษา

“โรงเรียนอนุบาลสามภาษาบ้านต้นไม้ (Baantonmai Global Program) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ”